ตั้งให้เราเป็นเว็บแรกที่คุณเลือก เก็บเราไว้เป็นเว็บโปรด
สมัครสมาชิก ได้มากกว่าที่คุณคิด เข้าสู่ระบบ
สั่งพิมพ์ ก่อนหน้า ถัดไป

บูชาพระให้ขลัง ให้ดีมีโชคลาภ

[คัดลอกลิงก์]
ในขณะที่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เหล่านักบวชในศาสนา พยายามที่พร่ำบอกว่า อันชีวิตของคนทุกคน ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้มาจากพระบัญชาของพระเจ้า และมีการแบ่งวรรณะคนอย่างชัดเจน คนในสมัยนั้นที่อยู่ในการปกครองของเขาจึงไม่สามารถเลื่อนขั้นหรือเพิ่มศักยภาพในชีวิตได้
วันๆ ต้องนั่งรอ นอนรอพระเจ้าอย่างเดียว แบบไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วในชีวิตเดียว แค่เชื่อฟังสวดบูชาพระเจ้าเป็นอันเท่านี้พอ เพราะพระเจ้าหรือพระพรหม ท่านจะจัดการให้เอง กลายเป็นคนไร้สมรรถภาพสิ้นดี



ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ปัจจุบัน ได้ประกาศศาสนาพุทธเพื่อปลดแอกคน ปลดแอกความเชื่อเหล่านี้ด้วยกฎแห่งกรรมว่า คนเรานั้นจะชั่วหรือดี จะประณีตหรือทราม จะรวยจะจน จะสวยจะหล่อจะพิการนั้นมาจากกรรมที่ตนทำมาทั้งสิ้น ไม่ใช่พระเจ้านั้นจัดการ ชีวิตของคนนั้นขึ้นอยู่กับกรรมลิขิต เป็นการกระทำของตน มีที่มามีที่ไป มีเหตุมีผล ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพ้อพก หรือใครหน้าไหนมาช่วยแต่อย่างใด

22#
 เจ้าของ| โพสต์ 2014-10-3 20:16 | ดูเฉพาะโพสต์สมาชิกนี้
Ninprakarn ตอบกลับเมื่อ 2014-9-22 04:21
ในขณะที่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เหล่านักบวชในศาสนา พยายา ...

ขอบคุณครับ
24#
 เจ้าของ| โพสต์ 2014-12-10 19:48 | ดูเฉพาะโพสต์สมาชิกนี้
[b]ทำไมคนในทุกยุคถึงเชื่อว่าพระพุทธรูป  พระเครื่องที่ทำจากดิน จากปูน จากโลหะชิ้นเล็กๆ ถึงจะมีพลานุภาพขนาดนั้น


เราต้องย้อนกลับไปดูที่มาของวัตถุประสงค์ของการสร้างพระนั้นให้เข้าใจ เราจึงจะทราบว่าพระที่เราบูชาและที่ห้อยคออยู่นั้น ท่านมีพลานุภาพและจำเป็นต้องชีวิตเพียงใด

การสร้างพระนั้นเชื่อว่า เริ่มจากการสร้างพระพุทธรูปขนาดใหญ่เพื่อเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ เพื่อเตือนสติน้อมรำลึกถึงพระเมตตา พระมหากรุณาธิคุณ พระมหาปัญญา เพื่อจะได้ดำเนินชีวิตในทิศทางที่ถูกต้องตามรอยพระพุทธองค์
ซึ่งต่อมาก็ได้มีการสร้างที่ลดขนาดลงเพื่อให้สะดวกในการพกพา ซึ่งต่อมานิยมเรียกกันว่า “พระเครื่อง”   ตามประวัติศาสตร์ที่มาการบันทึกนั้นมีการสร้างกันครั้งแรก หลังจากที่พระพุทธเจ้านั้นเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว


เพราะในสมัยต่อมานั้น เป็นยุคของศาสนาอื่นในอินเดียมีอำนาจและต้องการลบล้างพระพุทธศาสนาเพราะมีความเชื่อที่ขัดแย้งกัน เพราะพระพุทธเจ้านั้นสอนให้คนทราบว่า อันชะตาชีวิตของคนเรานั้น จะชั่วหรือดี จะทุกข์หรือสุข จะรวยหรือจนนั้นมาจากรรมหรือการกระทำของคนทั้งสิ้น ไม่ได้มาจากพระเจ้า เทพเจ้า ดวงดาวหรืออำนาจอื่นใด


ในขณะที่ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เหล่านักบวชในศาสนา พยายามที่พร่ำบอกว่า อันชีวิตของคนทุกคน ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้มาจากพระบัญชาของพระเจ้า และมีการแบ่งวรรณะคนอย่างชัดเจน คนในสมัยนั้นที่อยู่ในการปกครองของเขาจึงไม่สามารถเลื่อนขั้นหรือเพิ่มศักยภาพในชีวิตได้

วันๆ ต้องนั่งรอ นอนรอพระเจ้าอย่างเดียว แบบไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วในชีวิตเดียว แค่เชื่อฟังสวดบูชาพระเจ้าเป็นอันเท่านี้พอ เพราะพระเจ้าหรือพระพรหม ท่านจะจัดการให้เอง



ซึ่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์ปัจจุบัน ได้ประกาศศาสนาพุทธเพื่อปลดแอกคน ปลดแอกความเชื่อเหล่านี้ด้วยกฎแห่งกรรมว่า คนเรานั้นจะชั่วหรือดี จะประณีตหรือทราม จะรวยจะจน จะสวยจะหล่อจะพิการนั้นมาจากกรรมที่ตนทำมาทั้งสิ้น ไม่ใช่พระเจ้านั้นจัดการ ชีวิตของคนนั้นขึ้นอยู่กับกรรมลิขิต เป็นการกระทำของตน มีที่มามีที่ไป มีเหตุมีผล ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพ้อพก หรือใครหน้าไหนมาช่วยแต่อย่างใด


แต่ในความเป็นจริงแล้วศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์นั้นใกล้ชิดกันมาก นับตั้งแต่เริ่มประกาศพระพุทธศาสนาแล้ว  คนทั่วไปในชมพูทวีปก่อนหน้านั้นก็นับถือศาสนาพราหมณ์ และปวงเทพทั้งหลาย

อีกความหมายก็คือ ไม่มีอะไรใหญ่เกอนินกรรม สาธุ

ปลูกสิ่งใดย่อมได้ผลในสิ่งนั้น
สาธุครับ
29#
 เจ้าของ| โพสต์ 2015-11-14 06:28 | ดูเฉพาะโพสต์สมาชิกนี้



ในตัวแทนของพระพุทธองค์ที่สร้างขึ้นไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูป

พระเครื่อง พุทธสถานใดก็ตาม เมื่อสร้างเสร็จจะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ปกป้องดูแลวัตถุนั้นๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นอาจจะเป็นเทวดาในระดับชั้นต่างๆ

หรือ พวกดวงวิญญาณผู้มีคุณธรรมสูง หรือดวงวิญญาณในภพภูมิต่างๆ

ซึ่งแล้วแต่ครูบาอาจารย์ท่านอธิษฐานจิตอัญเชิญ หรือแล้วแต่

ลักษณะของเครื่องรางของขลังที่ทำมาว่าเด่นในด้านไหน
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | ลงทะเบียน

รายละเอียดเครดิต

ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้