แต่ก็ยังดันทุรังกดก้านธูปลงดินอย่างสุดแรง จนทำให้ด้านธูปหักงอ ตอนนั้นคิดในใจว่าเปลี่ยนที่ปักมาสามที่แล้วปักธุปลงดินยังไงก็ปักไม่ได้ซักที สงสัยหลวงปู่ไม่ยอมรึป่าว แต่ก็คิดอีกในว่าหากไม่ได้ทำวันนี้คงเสียดายฤกษ์ดีๆแบบนี้แน่ เพราะเชื่อว่าที่สำนักก็คงมีการลงน้ำมันแน่ จึงย้ายที่ปักใหม่ไปบริเวณที่ชุ่มกว่าที่เดิม แต่ก็ไม่สามารถปักธูปลงดินไม่ได้อีก ใจก็เริ่มไม่ดีแล้ว ครั้งที่สามนี้จึงไปตรงบริเวณที่มีหญ้าอยู่ สุดท้ายก็ไม่สามารถปักธูปลงดินได้ จึงตัดสินใจนำกิ่งไม้มาวางเป็นฐานเพื่อที่จะวางธูปได้
แล้วก็เข้าไปหาหลวงปู่รูปนั้นลงน้ำมันให้ ซึ่งใช้เวลาลงเกือบครึ่งชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ และได้สนทนาพูดคุยกันต่อสักพักนึง ก็เลยขอตัวกราบลา เพราะเวลานั้นก็เริ่มมืดค่ำแล้ว ท้องฟ้าที่ยังโปร่งโล่ง ลมพัดเย็นสบาย จู่ๆ กลับมีฟ้าแล่บและเสียงฟ้าร้องคำรามดังมากขึ้นเรื่อยๆ ในใจลึกก็เริ่มหวาดกลัว รู้สึกไม่สบายใจและกังวลใจแบบแปลกๆ พอขับรถออกพ้นจากประตูวัดก็มีฝนตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา มองทางแถบจะไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกรถอย่างไม่ปราณี สิ่งที่ทำได้ก็แค่ประคองขับรถกลับบ้านที่อยู่ไปอีก 30 กม. พอเข้าเขตอำเภอที่อยู่จุดหมายปลายทาง ฝนที่ตกกระหน่ำทั้งตลอดเส้นทางก็หยุดลง ในใจก็กังวลอย่างบอกไม่ถูก
เราจึงตัดสินใจขับรถกลับกรุงเทพ ซึ่งทำเอาคนที่บ้านงงกันใหญ่เลยว่าเกิดอะไรกันขึ้นถึงได้กลับกรุงเทพกลางดึกขนาดนั้น ...
ถึงกรุงเทพตอนใกล้เที่ยงอาการก็ดีขึ้นหลังจากอาบน้ำ แฟนเห็นอาการดีขึ้นเลยให้นอนพักผ่อนก่อนค่อยให้ไปหาอาจารย์เพราะกลัวจะขับรถไปไม่ไหว เกิดเป็นอะไรมาก็ยิ่งจะแย่ไปกันใหญ่ เพราะมาคิดดูแล้วตั้งแต่ออกเดินทางวันที่ 5 เช้าถึงตอนนี้เป็นเวลามากกว่า 60 ชั่วโมงหรือเกือบ 3 วันแล้ว แล้วที่ผมไม่ได้หลับเลย แฟนเลยเอายานอนหลับและยาคลายเครียดอย่างละสองเม็ดมาให้กิน ซักพักก็หลับ ตอนนั้น หลับไปก็ซักบ่ายโมงแล้ว นอนไปได้ไม่ถึงสองชั่วโมงได้ยินเสียงผู้ชายสองคนคุยกันที่ปลายเตียงเลยพยายามลืมตาขึ้นมองดู แต่ก็ไม่เห็นใคร เลยนอนต่อ ขณะที่กำลังข่มตาหลับต่อนั้น ก็ได้ยินเสียงที่คนคุยกันอีก แต่เสียงนั้นมาจากบริเวณพญานาคาพญานาคีเลยนี่น่า จึงตั้งใจฟัง เสียงนั้นมาจากที่นั่นจริงๆ โดยพูดคุยกันว่า ไปปลุกให้ลุกขึ้นสิ ไป ไป ออกไปจากห้อง … ไปปลุกให้ลุกขึ้นซิ ไป ไป ออกไปจากห้อง พอได้ยินอย่างนั้นแล้วขนลุกทั้งตัวเลย จำได้ชัดเลยว่าคว้าโทรศัพท์โทรหาอาจารย์ทันที พอวางสายก็รีบไปหาอาจารย์ทันทีเลย พอไปถึงเล่าเรื่องทุกอย่างให้อาจารย์ฟัง อาจารย์ก็พูดออกคำหนึ่งว่า พญานาคาท่านไม่ยอม อย่าไปทำอย่าไปรับที่ไหนอีก ของที่มีดีอยู่แล้ว อาจารย์ให้ทำขันต์ห้ามา อาจารย์จะช่วย (ต้องขอบคุณพี่จ๊อด้วยครับที่ช่วยจัดหาดอกไม้และใบตองให้น้องได้ทำขันต์ห้า
) พออาจารย์ลงน้ำมันให้เสร็จกลับไปถึงห้องอาบน้ำหลับเป็นตายเลย พอรุ่งเช้าอาจารย์โทรมาถามว่าที่อาจารย์แก้ให้แล้ว อาการเป็นอย่างไรบ้าง ดีขึ้นไหม จึงตอบอาจารย์ไปว่า ขอบคุณอาจารย์มากครับที่เป็นห่วง อาการดีขึ้นหายเป็นปลิดทิ้งแล้วครับ และยังเล่าความฝันเมื่อคืนให้อาจารย์ฟังว่า ฝันเห็นพญานาคนับร้อยเต็มท้องฟ้าที่มืดครึ้ม พอตื่นขึ้นมาบอกกลับตัวเองว่าไม่มีอะไรดีและรักเรา คอยปกปักษ์รักษาเราได้มากเท่าหลวงปู่ชื่นอีกแล้ว บทเรียนนี้เท่านี้ก็เกินพอ คิดแล้วก็สมน้ำหน้าตัวเองที่อาจารย์เคยเตือนๆ กันมาแล้วไม่จำ 


majoy ตอบกลับเมื่อ 2015-3-17 07:21
ม่ายนอกจายหรอก
Sornpraram ตอบกลับเมื่อ 2015-4-4 06:43
เพราะว่าของที่มีดีอยู่แล้ว ชิมิ





Nujeab ตอบกลับเมื่อ 2013-3-27 23:57
พอขับรถเข้าสระบุรี ตอน 10 โมง จากที่อาการทรงตัว กลับม ...
| ยินดีต้อนรับสู่ Baan Jompra (http://www.baanjompra.com/webboard/) | Powered by Discuz! X3.2 |